Instagram story viewer> @satt.me> Post
2 months ago
วันนี้ได้รับสายจากเพื่อนคนนึงครับ

เพื่อนบอกว่า
อยากให้ช่วยทำแผนประกันให้คุณแม่หน่อย
อยากได้แบบที่เน้นค่ารักษาพยาบาล เพราะแม่เริ่มมีอายุแล้ว

เราก็เลยนัดกันมานั่งคุยที่ร้านกาแฟครับ

คุยกันไปสักพัก เก็บข้อมูล ดูความต้องการและงบประมาณ สุดท้ายก็ช่วยกันออกแบบแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย วงเงินค่ารักษาปีละ 5 ล้านบาท เบี้ยอยู่ประมาณเดือนละ 3 พันนิดๆ

เพื่อนดูแฮปปี้มากกับแผนนี้ครับ

เพราะถ้าทำได้ อย่างน้อยก็ช่วยเบาใจเรื่องค่ารักษาพยาบาลของแม่ในอนาคตไปได้เปลาะหนึ่ง

ถ้าวันหนึ่งแม่เจ็บป่วยขึ้นมา ก็ไม่ต้องกังวลมากว่า จะมีเงินพอสำหรับการรักษาที่อยากเลือกไหม หรือจำเป็นต้องไปต่อคิวโรงพยาบาลรัฐตั้งแต่ตี 4 ตี 5 เพราะเรื่องค่าใช้จ่าย

แต่หลังจากคุยกันจบ เต๋าก็แอบลุ้นอยู่เหมือนกันครับว่า ใบคำขอจะผ่านการพิจารณาของบริษัทไหม 😅

เพราะความจริงคือ พออายุเริ่มมากขึ้น โดยเฉพาะช่วง 50+ หลายคนก็เริ่มมีประวัติสุขภาพ หรือมีโรคบางอย่างติดตัวแล้ว

และเมื่อสุขภาพเปลี่ยนไป การทำประกันอาจไม่ได้ง่ายเหมือนตอนที่เรายังแข็งแรง

บางคนอาจถูกขอข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติม บางโรคอาจถูกยกเว้นความคุ้มครอง บางเคสอาจมีการเพิ่มเบี้ย หรือบางกรณีก็อาจไม่สามารถรับประกันได้เลย

เรื่องนี้ทำให้เต๋านึกขึ้นได้ว่า การวางแผนประกันไม่ใช่เรื่องของการรอให้เจ็บป่วยก่อนแล้วค่อยทำ แต่เป็นการเตรียมตัวในวันที่เรายังมีทางเลือก

ถ้าวันนี้เรายังอายุไม่เยอะ สุขภาพยังแข็งแรง และมีความคิดว่า “สักวันค่อยทำประกัน”

อยากให้ลองถามตัวเองดูครับว่า ถ้าวันนั้นมาถึง เราจะยังมีทางเลือกมากเท่าวันนี้อยู่ไหม

ประกันไม่ได้จำเป็นต้องรีบซื้อเพราะความกลัวครับ แต่ถ้ารู้อยู่แล้วว่าในอนาคตเราอาจต้องการใช้มัน การวางแผนในวันที่สุขภาพยังดี อย่างน้อยก็ทำให้ “สิทธิในการเลือก” ยังอยู่กับเรา

เพราะบางครั้ง สิ่งที่เรากำลังวางแผน ไม่ใช่แค่เรื่องเงินหรือค่ารักษาพยาบาล

แต่มันคือการเตรียมความพร้อม เพื่อให้คนที่เรารักยังมีทางเลือก ในวันที่จำเป็นต้องใช้มันจริงๆ ครับ

#คิดถึงประกันคิดถึงเต๋า
#9Planner #AIA
0
Posted On: September 11th 2026, 10:24 am
วันนี้ได้รับสายจากเพื่อนคนนึงครับ

เพื่อนบอกว่า
อยากให้ช่วยทำแผนประกันให้คุณแม่หน่อย
อยากได้แบบที่เน้นค่ารักษาพยาบาล เพราะแม่เริ่มมีอายุแล้ว

เราก็เลยนัดกันมานั่งคุยที่ร้านกาแฟครับ

คุยกันไปสักพัก เก็บข้อมูล ดูความต้องการและงบประมาณ สุดท้ายก็ช่วยกันออกแบบแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย วงเงินค่ารักษาปีละ 5 ล้านบาท เบี้ยอยู่ประมาณเดือนละ 3 พันนิดๆ

เพื่อนดูแฮปปี้มากกับแผนนี้ครับ

เพราะถ้าทำได้ อย่างน้อยก็ช่วยเบาใจเรื่องค่ารักษาพยาบาลของแม่ในอนาคตไปได้เปลาะหนึ่ง

ถ้าวันหนึ่งแม่เจ็บป่วยขึ้นมา ก็ไม่ต้องกังวลมากว่า จะมีเงินพอสำหรับการรักษาที่อยากเลือกไหม หรือจำเป็นต้องไปต่อคิวโรงพยาบาลรัฐตั้งแต่ตี 4 ตี 5 เพราะเรื่องค่าใช้จ่าย

แต่หลังจากคุยกันจบ เต๋าก็แอบลุ้นอยู่เหมือนกันครับว่า ใบคำขอจะผ่านการพิจารณาของบริษัทไหม 😅

เพราะความจริงคือ พออายุเริ่มมากขึ้น โดยเฉพาะช่วง 50+ หลายคนก็เริ่มมีประวัติสุขภาพ หรือมีโรคบางอย่างติดตัวแล้ว

และเมื่อสุขภาพเปลี่ยนไป การทำประกันอาจไม่ได้ง่ายเหมือนตอนที่เรายังแข็งแรง

บางคนอาจถูกขอข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติม บางโรคอาจถูกยกเว้นความคุ้มครอง บางเคสอาจมีการเพิ่มเบี้ย หรือบางกรณีก็อาจไม่สามารถรับประกันได้เลย

เรื่องนี้ทำให้เต๋านึกขึ้นได้ว่า การวางแผนประกันไม่ใช่เรื่องของการรอให้เจ็บป่วยก่อนแล้วค่อยทำ แต่เป็นการเตรียมตัวในวันที่เรายังมีทางเลือก

ถ้าวันนี้เรายังอายุไม่เยอะ สุขภาพยังแข็งแรง และมีความคิดว่า “สักวันค่อยทำประกัน”

อยากให้ลองถามตัวเองดูครับว่า ถ้าวันนั้นมาถึง เราจะยังมีทางเลือกมากเท่าวันนี้อยู่ไหม

ประกันไม่ได้จำเป็นต้องรีบซื้อเพราะความกลัวครับ แต่ถ้ารู้อยู่แล้วว่าในอนาคตเราอาจต้องการใช้มัน การวางแผนในวันที่สุขภาพยังดี อย่างน้อยก็ทำให้ “สิทธิในการเลือก” ยังอยู่กับเรา

เพราะบางครั้ง สิ่งที่เรากำลังวางแผน ไม่ใช่แค่เรื่องเงินหรือค่ารักษาพยาบาล

แต่มันคือการเตรียมความพร้อม เพื่อให้คนที่เรารักยังมีทางเลือก ในวันที่จำเป็นต้องใช้มันจริงๆ ครับ

#คิดถึงประกันคิดถึงเต๋า
#9Planner #AIA

More posts

back to up