Instagram story viewer> @kaimanit> Posts
10.1K
followers
5192
following
And Just Like That…
My space @kaifashionjournaljourney @humansofthemuseum #MAIR22 219 🧷👓🌬️🪙👑
POSTS STORIES REELS TAGGED
Download All
“Cheers to the memories made, lessons learned, and dreams chased. Here’s to a new chapter filled with endless possibilities!“ 🎉✨🥳✌🏻

📸 @poppybeauty_9 #YearEndReflections taken in New Years Eve Bangkok 2026 by @kaimanit
10
3 years ago
Download
We don't need attention, we are Attention! 💤 #GenZwannabe taken in The Commons Saladaeng by @kaimanit
0
2 years ago
Download
Study fade but memories remain...😻🇨🇳 taken in Shanghai City by @kaimanit
4
2 years ago
Download
Loewe S/S 2027: LOEWE: The Ease of Becoming
Lazaro Hernandez และ Jack McCollough พาโลกเก่าอายุ 180 ปีของ Loewe มาพบกับความง่ายแบบอเมริกัน เพื่อค้นหาภาษาใหม่ที่ไม่ต้องเลือกระหว่างงานคราฟต์ ประวัติศาสตร์ และเสื้อผ้าที่คนอยากใส่จริง

📍180 ปีของ Loewe อาจยาวนานเกินกว่าจะสรุปลงในคอลเลกชันเดียว และ Lazaro Hernandez กับ Jack McCollough ก็ดูเหมือนจะรู้ดีว่า หน้าที่ของพวกเขาไม่ใช่การพยายามครอบครองประวัติศาสตร์ทั้งหมดในคราวเดียว หากคือการค่อย ๆ ทำความรู้จักมัน แทรกตัวเข้าไปในช่องว่างระหว่างอดีตกับปัจจุบัน แล้วค้นหาว่า Loewe ในมือของพวกเขาควรมีชีวิตอยู่ต่ออย่างไร #KaiFashionJournalJourney โดย @kaimanit รายงาน (อ่านต่อใต้รูปถัดไป...)

(2) 🔸ภายใน Château de Vincennes ปราสาทยุคกลางทางตะวันออกของปารีสที่ผ่านศตวรรษและผู้คนมามากเกินกว่าจะนับได้ Loewe เลือกวางรันเวย์สีขาวเรียบสะอาดไว้กลางพื้นๆประวัติศาสตร์นั้นอีกครั้ง มันเป็นความขัดแย้งทางภาพที่ชวนให้คิดอยู่ไม่น้อย กำแพงหินโบราณภายนอกกับกล่องสีขาวแทบไร้บุคลิกด้านใน คล้ายโลกสองใบที่ถูกจับให้อยู่ร่วมกันโดยไม่มีความพยายามปกปิดรอยต่อ และบางที นั่นอาจเป็นภาพเปรียบเทียบที่ตรงที่สุดของ Loewe ในเวลานี้

🔸ปี 2026 คือวาระครบรอบ 180 ปีของแบรนด์สเปนที่เริ่มต้นจากเวิร์กช็อปเครื่องหนังในกรุงมาดริด ก่อนจะกลายมาเป็นหนึ่งในแฟชั่นเฮาส์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดแห่งศตวรรษที่ 21 ประวัติศาสตร์ของ Loewe จึงไม่ได้ดำเนินไปด้วยจังหวะเดียว หากมีทั้งช่วงเวลาที่ค่อย ๆ สะสมฝีมือ ความชำนาญ และวัฒนธรรมของงานช่าง กับอีกช่วงหนึ่งที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในทศวรรษที่ผ่านมาเมื่อ Jonathan Anderson เปลี่ยนแบรนด์เก่าแก่ให้กลายเป็นสนามทดลองทางความคิด งานคราฟต์ ศิลปะ และวัฒนธรรมร่วมสมัย ก่อนจะย้ายไปเริ่มบทใหม่ที่ Dior

(3) 🔸สิ่งที่ตกอยู่ในมือของ Lazaro Hernandez และ Jack McCollough จึงไม่ใช่เพียงแบรนด์อายุ 180 ปี แต่คือแบรนด์ที่เพิ่งผ่านช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของตัวเองมาไม่นาน “มันคือความคิดเรื่องโลกเก่ากับโลกใหม่ที่มาพบกัน” Hernandez อธิบายก่อนโชว์ ประโยคสั้น ๆ นั้นแทบจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นบนรันเวย์ทั้งหมด

🔸โลกเก่าในที่นี้คือสเปน งานหนัง ภาพเขียนยุคบาโรก ความละเอียดของงานช่าง และน้ำหนักของประวัติศาสตร์ ส่วนโลกใหม่คือความเป็นอเมริกันของดีไซเนอร์ทั้งสอง ความทรงจำจาก New England ความเป็นเด็กยุค 1990s เสื้อผ้าสปอร์ต ความง่ายของชีวิตประจำวัน และวิธีมองแฟชั่นแบบคนที่เติบโตมากับวัฒนธรรมซึ่งไม่ได้ให้คุณค่ากับความโอ่อ่าเท่า taken in Château de Vincennes by @kaimanit
0
6 hours ago
Download
BALENCIAGA SPRING 2027: COUTURE COMES DOWN TO EARTH
เมื่อ Pierpaolo Piccioli เลิกเลือกระหว่างอดีตกับปัจจุบัน แล้วเริ่มสร้าง Balenciaga ที่เป็นของเขาเอง

📍แสงกลางวันอาจดูเป็นรายละเอียดเล็กน้อยสำหรับแฟชั่นโชว์ แต่สำหรับ Balenciaga ของ Pierpaolo Piccioli มันแทบจะเป็นคำประกาศเจตนารมณ์

🔸ภายในกล่องสีขาวขนาดมหึมาของ Tennis Club de Paris ทุกอย่างถูกเปิดให้เห็นอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีความมืด ไม่มีหมอก ไม่มีความสับสนของฝูงชน และไม่มีบรรยากาศ dystopian ที่เคยครอบคลุมโชว์ ready-to-wear ก่อนหน้านี้ของเขา เสื้อผ้าถูกวางไว้ใต้แสงที่แทบไม่อนุญาตให้มันซ่อนตัวอยู่หลัง spectacle ใด ๆ และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ Pierpaolo Piccioli ต้องการมากที่สุดในเวลานี้ เพราะหลังจากเข้ามารับช่วง Balenciaga ได้เพียงราวหนึ่งปี สิ่งที่เขาต้องทำไม่ใช่แค่สร้างคอลเล็กชันใหม่ แต่คือการหาคำตอบให้ได้ว่า เขาจะยืนอยู่ตรงไหนระหว่างมรดกสองก้อนมหึมาที่แทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย #KaiFashionJournalJourney โดย @kaimanit รายงาน (อ่านต่อใต้รูปถัดไป...) 

(2)🔸ด้านหนึ่งคือ Cristóbal Balenciaga ผู้สร้างภาษาแห่ง couture ผ่านโครงสร้าง สัดส่วน ปริมาตร และความสัมพันธ์ระหว่างผ้ากับร่างกาย จนชื่อ Balenciaga กลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานสูงสุดของการตัดเย็บในศตวรรษที่ 20 อีกด้านคือ Demna ผู้เปลี่ยนบ้านแฟชั่นแห่งนี้ให้กลายเป็นหนึ่งในกระจกสะท้อนวัฒนธรรมร่วมสมัยที่เฉียบคมที่สุด ทั้ง streetwear เสื้อผ้าขนาดโอเวอร์ไซซ์ ความประชดประชัน ความหม่นมืด และการตั้งคำถามต่อรสนิยม ชนชั้น บริโภคนิยม และตัวระบบแฟชั่นเอง ระหว่าง “ปรมาจารย์แห่ง couture” กับ “นักเสียดสีสังคมแห่งแฟชั่นร่วมสมัย” พื้นที่สำหรับคนที่สามดูเหมือนจะเหลืออยู่น้อยมาก

🔸แต่ Spring 2027 คือช่วงเวลาที่ Piccioli เริ่มทำให้เห็นว่า บางทีเขาอาจไม่จำเป็นต้องเลือกเลย แทนที่จะพยายามเป็น Cristóbal ในศตวรรษที่ 21 หรือสืบทอดโลกแบบ Demna ต่อไป เขากำลังเสนอความคิดที่เรียบง่ายกว่านั้น แต่ยากกว่าในเชิงปฏิบัติ นั่นคือการนำ “วัฒนธรรมของ couture” ออกจากพื้นที่พิเศษของมัน แล้วปล่อยให้เทคนิคเหล่านั้นเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเสื้อผ้าที่ธรรมดาที่สุด

(3) 🔸“สำหรับผม มันสำคัญมากที่จะไม่ทำ couture แล้วกลับมาทำ ready-to-wear ด้วยวิธีคิดอีกแบบหนึ่ง” เขาอธิบายก่อนโชว์ ประโยคนี้แทบจะอธิบายคอลเล็กชันทั้งหมด เพราะสิ่งที่ Piccioli พยายามทำไม่ใช่การย่อชุดราตรีให้เล็กลง หรือทำ couture เวอร์ชันราคาถูกกว่า หากคือการรื้อกำแพงทางความคิดระหว่างสองโลกนั้นเสียใหม่

🔸ถ้า couture คือความรู้ การตัด การสร้างรูปทรง และความเข้าใจในเน taken in Tennis Club de Courcelles Paris 17 by @kaimanit
2
a day ago
Download
Dries Van Noten Spring/Summer 2027: Everyone Wants to Feel Like a Star
เมื่อ Julian Klausner เปลี่ยนความเย้ายวนแบบฮอลลีวูดให้กลายเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตประจำวัน และพิสูจน์ว่าอนาคตของ Dries Van Noten อาจไม่ได้อยู่ที่การลอกเลียนอดีต หากอยู่ที่การทำให้ผู้หญิงอยากสนุกกับการแต่งตัวอีกครั้ง

เสียงส้นรองเท้าผู้หญิงกระทบพื้นถนนดังขึ้นก่อนที่เสื้อผ้าตัวแรกจะปรากฏ เสียงรถแล่นผ่าน เสียงแตรจากท้องถนน เสียงผู้คนพูดคุยและหัวเราะปะปนกันอยู่เบื้องหลัง ราวกับใครสักคนกำลังเร่งฝีเท้าผ่านปารีสเพราะสายเกินกว่าจะหยุดมองอะไรอีกแล้ว

มันอาจเป็นเสียงที่บันทึกมาจาก Quai Malaquais บริเวณใกล้ร้าน Dries Van Noten ซึ่งในช่วง Paris Fashion Week เต็มไปด้วยผู้คนเข้าออกไม่ขาดสาย หรืออาจไม่ใช่สถานที่จริงแห่งใดเลยก็ได้ เพราะสำหรับ Julian Klausner เสียงเหล่านั้นทำหน้าที่มากกว่าการสร้างบรรยากาศ มันกำลังเปิดฉากภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ภาพยนตร์ที่นางเอกไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวบนพรมแดง เธออาจเพิ่งออกจากสตูดิโอ กำลังกลับบ้าน นัดเพื่อนไปดื่มอะไรสักแก้ว หรือเดินฝ่าการจราจรโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังดูราวกับหลุดออกมาจากหนังเรื่องเก่าSpring/Summer 2027 ของ Dries Van Noten จึงเริ่มต้นจากคำถามเรียบง่ายกว่าที่รูปลักษณ์อันแพรวพราวของมันอาจทำให้เราคิด อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนธรรมดารู้สึก glamorous? #KaiFashionJournalJourney โดย @kaimanit รายงาน (อ่านต่อใต้รูปถัดไป...)

(2) สำหรับ Klausner คำตอบไม่จำเป็นต้องเป็นชุดราตรียาวลากพื้น เครื่องเพชรมูลค่ามหาศาล หรือโมงยามสำคัญต่อหน้ากล้อง เขามอง glamour ผ่านความรู้สึกเล็กกว่าและเป็นส่วนตัวกว่านั้นมาก “บางทีมันอาจเป็นความรู้สึกตอนคาดเข็มขัดแน่นขึ้นนิดหนึ่ง หรือการติดเข็มกลัดที่มีประกาย” เขาอธิบาย “ผมชอบเข็มกลัด เพราะคุณสามารถทำให้เสื้อผ้าธรรมดาอะไรก็ได้ในตู้ดู glamorous ขึ้นมา อาจเป็นถุงมือที่กระชับมือ หรือแม้แต่สีที่ฉูดฉาดขึ้นมาสักหน่อย” ประโยคนั้นแทบจะอธิบายคอลเลกชันทั้งหมดได้โดยไม่ต้องพูดถึง silhouette สักตัว

เพราะสิ่งที่เดินผ่านพื้นที่โชว์สีขาวขนาดมหึมาไม่ได้ประกาศตัวว่าเป็นเสื้อผ้าสำหรับ “โอกาสพิเศษ” หากเป็นเสื้อผ้าที่เกิดขึ้นจากการเพิ่มสิ่งเล็กๆ เข้าไปในสิ่งคุ้นเคย คาร์ดิแกนวูลคอวีแบบผู้ชายถูกกลัดด้วยเข็มกลัดรูปนกนางแอ่นหรือช่อดอกไม้ระยิบระยับ แล้วสวมทับกระโปรงเนื้อโปร่ง สายเสื้อซาตินหนาถูกแต่งด้วยหมุดหลากสี แจ็กเก็ตเทเลอริงและบอมเบอร์ถูกประดับด้วยชิ้นเล็กๆ ที่มองเผินๆ คล้ายเหยื่อตกปลา แต่เมื่อรับแสงกลับเปล่งประกายเหมือนของบางอย่างที่ควรถูกวางอยู่ในตู้กระจกของร้านอัญมณี เ taken in Dries van Noten by @kaimanit
2
2 days ago
Download
Saint Laurent Spring/Summer 2027: The Last Light of Gold
ในคืนที่ Anthony Vaccarello เปลี่ยน Saint Laurent ให้เรืองรองด้วยสีทอง ความงามกลับไม่ได้พูดถึงความเป็นนิรันดร์ หากกำลังถามเราว่า เมื่อทุกสิ่งต้องผ่านพ้นไป อะไรคือแสงที่ยังคงหลงเหลืออยู่

ก่อนโชว์ Saint Laurent จะเริ่มขึ้นในคืนวันอังคาร Anthony Vaccarello ตัดสินใจทำสิ่งที่ผิดไปจากธรรมเนียมของตัวเองเล็กน้อย เขาไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อกลุ่มสำคัญก่อนโชว์อย่างที่เคย แต่เลือกส่งดอกไม้สีม่วงเข้มเกือบดำไปพร้อมข้อความสั้น ๆ แทน

ใจความของมันเรียบง่าย เขาบอกว่าคอลเลกชันนี้อยู่ในความคิดมานาน และเพิ่งรู้สึกว่าเวลานี้คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะนำมันออกมาสู่แสง เป็นงานที่มีความเป็นส่วนตัวและเต็มไปด้วยอารมณ์เสียจนเขาไม่อยากอธิบายอะไรเพิ่มเติม แต่อยากให้ทุกคนสัมผัส “เฉดต่าง ๆ” ของมันด้วยตัวเอง คำว่า “เฉด” ฟังดูธรรมดา จนกระทั่งนางแบบคนแรกก้าวออกมา เพราะแทบทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นสีทอง #KaiFashionJournalJourney โดย @kaimanit รายงาน (อ่านต่อใต้รูปถัดไป...)

(2) ทองของ Saint Laurent ในค่ำคืนนั้นไม่ได้มาเพื่อประกาศความมั่งคั่งอย่างตรงไปตรงมา และไม่ได้ถูกใช้ในความหมายของงานเฉลิมฉลองตามขนบ หากคล้ายแสงจากช่วงสุดท้ายของวัน สว่างที่สุดในนาทีเดียวกับที่เรารู้ว่ามันกำลังจะหายไป และนั่นทำให้โชว์นี้ยิ่งมีความหมายในช่วงเวลาที่ Vaccarello กำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษแรกของการทำงานที่ Saint Laurent ท่ามกลางข่าวลือที่หนาหูในวงการแฟชั่นเกี่ยวกับอนาคตของเขากับแบรนด์ ซึ่งจนถึงขณะนี้ Saint Laurent ยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการ กระนั้น แฟชั่นโชว์บางครั้งก็พูดในสิ่งที่ข่าวประชาสัมพันธ์ยังไม่พูด

เหนือรันเวย์บริเวณ Trocadéro แขวนแชนเดอเลียร์สีทองขนาดมหึมาสามชุด ราวกับยกบางส่วนของห้องโถงในโลกเก่ามาลอยอยู่กลางอากาศ ขณะที่หอไอเฟลตั้งอยู่ด้านหลังเป็นฉากที่ Vaccarello ใช้มาหลายฤดูกาล จนดูเหมือนเขาสามารถกำกับแสงของปารีสให้เป็นส่วนหนึ่งของเสื้อผ้าได้พอ ๆ กับการกำกับนางแบบบนรันเวย์ คืนนั้นท้องฟ้าเปิด พระจันทร์เกือบเต็มดวงแขวนอยู่เหนือเมือง และทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างแม่นยำเสียจนแทบไม่มีสิ่งใดดูเป็นเรื่องบังเอิญ แม้แต่เสียงเพลง

(3) ก่อนโชว์เริ่ม เสียงจากดนตรีประกอบภาพยนตร์ Elevator to the Gallows ของ Louis Malle ค่อย ๆ ลอยผ่านพื้นที่ ขณะที่ภาพจากหนังเรื่องเดียวกันถูก Saint Laurent นำมาใช้สื่อสารก่อนหน้าการแสดงอยู่แล้ว ความงามแบบปารีเซียงที่มืดมน เย้ายวน และเหมือนกำลังยืนอยู่ตรงเส้นแบ่งระหว่างความปรารถนากับความสูญเสีย จึงแทรกตัวเข้าสู่บรรยากาศตั้งแต่เสื้อผ้าย taken in Trocadero,Tour Eiffel by @kaimanit
0
2 days ago
Download
DIOR SPRING/SUMMER 2027: THE WEIGHT OF LIGHTNESS
Jonathan Anderson ทำให้ประวัติศาสตร์ของ Dior เบาลง ไม่ใช่ด้วยการลืมอดีต แต่ด้วยการปล่อยให้มันโปร่งพอสำหรับชีวิตในปัจจุบัน

ปารีสปลายเดือนกันยายนควรเริ่มส่งสัญญาณของฤดูใบไม้ร่วงแล้ว แต่บ่ายวันนั้นในสวนตุยเลอรีส์กลับร้อนเสียจนแขกของ Dior ต้องพึ่งพาพัดลม ม่านบังแดด และขวดน้ำเพื่อประคองตัวระหว่างรอแฟชั่นโชว์เริ่มขึ้น อากาศร้อนจัดแบบผิดฤดูกาลไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Jonathan Anderson เพราะเพียงไม่กี่เดือนก่อน เขาเพิ่งเผชิญความร้อนในปารีสระหว่างโชว์ผู้ชายของ Dior และประสบการณ์นั้นดูเหมือนจะไม่ได้จบลงพร้อมกับการปิดรันเวย์ หากค่อย ๆ ซึมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิดเรื่องเสื้อผ้าของเขาอย่างแนบเนียน

กลางสระน้ำใน Jardin des Tuileries ต้นไม้กลุ่มหนึ่งโผล่พ้นม่านหมอกขึ้นมาราวกับภูมิทัศน์ที่กำลังละลาย ภาพสะท้อนของน้ำ ต้นไม้ ควัน และร่างของนางแบบค่อย ๆ กลืนเข้าหากันจนเส้นแบ่งระหว่างสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งแทบหายไป Anderson เปรียบบรรยากาศนี้กับภาพวาดของ Gerhard Richter ซึ่งไม่ใช่การอ้างอิงแบบตรงตัวนัก แต่เป็นเรื่องของความพร่า ความไม่แน่นอน และความงามของสิ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นขอบเขตได้อย่างชัดเจน #KaiFashionJournalJourneyโดย @kaimanit รายงาน (อ่านต่อใต้รูปถัดไปจนจบ) 

(2) มันเป็นฉากที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ Dior ฤดูกาลนี้ เพราะสิ่งที่ Anderson กำลังทำไม่ใช่การวาด Dior ขึ้นใหม่ด้วยเส้นคมกริบ หากเป็นการทำให้เส้นเดิมพร่าลง คำถามที่เขาตั้งไว้เรียบง่ายจนเกือบฟังดูเหมือนแบบฝึกหัดของนักเรียนออกแบบ “How light can a garment be?” แต่สำหรับ Dior คำถามเรื่อง “ความเบา” ไม่เคยเป็นเรื่องเบาเลย

Christian Dior สร้างชื่อของตนขึ้นมาจากการทำตรงกันข้าม เขาสร้างสถาปัตยกรรมให้ร่างกายผู้หญิงด้วยเอวคอด ไหล่ลาด สะโพกและกระโปรงที่กางออกอย่างมีแบบแผน Bar Jacket และ Corolle line ในปี 1947 ไม่เพียงเปลี่ยนวิธีที่ผู้หญิงแต่งตัวหลังสงคราม แต่ยังสร้างภาพจำเกี่ยวกับความเป็นผู้หญิงที่เข้มข้น แข็งแรง และควบคุมทุกสัดส่วนเอาไว้อย่างแทบสมบูรณ์แบบ เกือบแปดทศวรรษต่อมา Anderson กลับตั้งคำถามว่า Dior ยังจำเป็นต้องหนักขนาดนั้นอยู่หรือไม่

คำตอบของเขาปรากฏตั้งแต่ลุคแรก ๆ เสื้อแจ็กเก็ตสูทที่ดูเหมือนเคยผ่านโครงสร้าง tailoring อันเคร่งครัดกลับบางจนแทบโปร่งแสง วางคู่กับกระโปรงวงกลมขนาดเล็กซ้อนชั้นด้วยชีฟองบางเบา ความคิดเรื่อง New Look ยังคงอยู่ ทั้ง เอว กระโปรง วอลลุ่ม การเคลื่อนไหว แต่ร่างกายไม่ได้ถูกกักไว้ภายในโครงสร้างนั้นอีกต่อไป Anderson ไม่ได้ทำลาย Bar Jacket เขากำลังปล่อยอากาศ taken in Dior - Paris Montaigne by @kaimanit
0
3 days ago
Download
Giorgio Armani Spring/Summer 2027: The Quiet Rebel
Silvana Armani ไม่ได้เข้ามาเพื่อเขียน Giorgio Armani ใหม่ หากแต่กำลังพิสูจน์ว่า การซื่อสัตย์ต่ออดีตที่สุด อาจหมายถึงการกล้าเปลี่ยนแปลงมัน

Nothing changes; everything changes.
ประโยคนี้อาจอธิบาย Giorgio Armani ในเวลานี้ได้ดีที่สุด เพราะเช้าวันอาทิตย์ที่ Armani/Teatro ทุกอย่างยังดูคุ้นเคยอย่างประหลาด ชื่อ Giorgio Armani ยังอยู่ตรงนั้น ความสงบนิ่งของพื้นที่ที่ออกแบบโดย Tadao Ando ยังอยู่ตรงนั้น เสื้อสูท ไหล่ เส้นสาย และความเย้ายวนแบบไม่เรียกร้องความสนใจยังคงเป็นภาษาหลักของบ้านหลังนี้ แต่เมื่อ Silvana Armani เดินออกมารับเสียงปรบมือในเสื้อยืดและกางเกงสีน้ำเงินเข้มกับรองเท้าผ้าใบสีขาว ภาพที่เห็นก็ทำให้รู้ทันทีว่า Armani กำลังอยู่ในช่วงเวลาซึ่งทั้งเหมือนเดิมและไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ความคล้ายคลึงกับ Giorgio ผู้เป็นอานั้นปฏิเสธไม่ได้ ทั้งเครื่องแบบสี navy ความสำรวม และท่าทีที่ไม่จำเป็นต้องแสดงอำนาจเพื่อให้คนรู้ว่าใครเป็นคนคุมห้อง แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าความเหมือนคือความแตกต่าง Silvana ทำงานเคียงข้าง Giorgio มานานกว่าสี่ทศวรรษ เธอรู้จักไวยากรณ์ของ Armani แทบจะจากภายในร่างกาย ทว่าการรู้กฎทั้งหมดนั้นเองที่ทำให้เธอเริ่มรู้ว่า กฎไหนสามารถถูกละเมิดได้ คอลเลกชัน Spring/Summer 2027 จึงได้ชื่อว่า “Evoluzione” Evolution ไม่ใช่ Revolution และความแตกต่างระหว่างสองคำนี้สำคัญมากสำหรับ Armani #KaiFashionJournalJourney โดย @kaimanit รายงาน (อ่านต่อใต้รูปถัดไปจนจบ) 

(2) เพราะสิ่งที่ Silvana กำลังทำไม่ใช่การพังบ้านเพื่อสร้างหลังใหม่ หากเป็นการเปิดหน้าต่างบางบานที่ Giorgio อาจเคยเลือกปิดเอาไว้ เปลี่ยนตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ ปล่อยให้แสงแบบใหม่เข้ามา และลองดูว่าบ้านหลังเดิมจะมีชีวิตอีกแบบหนึ่งได้หรือไม่

บางทีการกบฏครั้งใหญ่ที่สุดของเธอในฤดูกาลนี้ อาจเริ่มจากสิ่งธรรมดาที่สุดอย่าง cotton สำหรับแบรนด์อื่น การนำผ้าฝ้ายขึ้นรันเวย์คงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องประกาศเป็นประวัติศาสตร์ แต่ในจักรวาลของ Giorgio Armani มันแทบเป็นการฝ่าฝืนบัญญัติข้อหนึ่ง Giorgio ไม่โปรดปราน cotton นัก เพราะมองว่ามันเป็นวัสดุที่ธรรมดาเกินไปสำหรับโลกของเขา Silvana กลับคิดตรงกันข้าม “He didn’t like it… But I adore cotton.” ประโยคสั้น ๆ นี้อาจบอกอะไรเกี่ยวกับ Armani ยุคใหม่ได้มากกว่าคำอธิบายคอลเลกชันหลายหน้า เพราะเธอไม่ได้ปฏิเสธรสนิยมของ Giorgio เธอเพียงประกาศอย่างสุภาพว่า รสนิยมของเธอไม่จำเป็นต้องเหมือนเขาทุกอย่าง

บนรันเวย์ cotton จึงปรากฏอยู่ในกางเกงขากว้าง กางเกงยาวระดับเข่า แล taken in Giorgio Armani by @kaimanit
0
3 days ago
Download
SIRIVANNAVARI Spring/Summer 2027: The Empire of Memory
‘Soul of an Empire’ พาความทรงจำจากชัยปุระ จิตวิญญาณเสรีของยุค 1970s และภูมิปัญญางานช่างไทย มาสนทนากันผ่านแฟชั่นร่วมสมัยที่ไม่ได้เพียงหวนหาอดีต แต่เลือกพามรดกทางวัฒนธรรมเดินทางต่อไปข้างหน้า

มิลานอาจอยู่ห่างจากชัยปุระหลายพันกิโลเมตร แต่ในบ่ายวันสุดท้ายของ Milan Fashion Week ระยะทางระหว่างสองเมืองดูเหมือนจะหดสั้นลง เมื่อ SIRIVANNAVARI เลือก Palazzo Moriggia พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ใจกลางมิลาน เป็นฉากสำหรับเปิดเผยคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2027 ภายใต้ชื่อ ‘Soul of an Empire’ พื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยของประวัติศาสตร์จึงกลายเป็นฉากหลังที่เหมาะเจาะอย่างน่าประหลาดสำหรับคอลเล็กชั่นซึ่งพูดถึงอดีตเช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่ได้มองอดีตในฐานะสิ่งที่ต้องรักษาให้อยู่กับที่ หากมองมันในฐานะวัตถุดิบทางความคิดที่สามารถเดินทาง เปลี่ยนรูป และมีชีวิตขึ้นใหม่ได้ในปัจจุบัน

ชื่อ ‘Soul of an Empire’ ฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ความน่าสนใจของคอลเล็กชั่นกลับไม่ได้อยู่ที่ภาพของ “จักรวรรดิ” ในความหมายของอำนาจ หากอยู่ที่คำว่า Soul จิตวิญญาณที่ยังหลงเหลืออยู่หลังอาคาร พระราชวัง สิ่งทอ งานแกะสลัก สี และร่องรอยของผู้คนผ่านกาลเวลาไปแล้วต่างหาก

สำหรับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา อินเดียจึงไม่ได้ปรากฏขึ้นในคอลเล็กชั่นนี้ในฐานะ postcard exotica หรือชุดสัญลักษณ์ที่หยิบมาใช้เพื่อสร้างภาพความแปลกตา หากเริ่มจากความทรงจำส่วนพระองค์ต่อชัยปุระ #KaiFashionJournalJourney โดย @kaimanit รายงาน (อ่านต่อใต้รูปถัดไป...)

(2) แสงแดดที่ลอดผ่านซุ้มโค้ง เงาที่เคลื่อนตัวเหนือผิวหินแกะสลัก สีของอาคารซึ่งซีดลงตามเวลา สวนอันเงียบสงบ ไปจนถึงความละเอียดซับซ้อนของงานฝีมือที่ดูเสมือนเวลาถูกบันทึกอยู่ภายในทุกพื้นผิว พระองค์ทรงอธิบายกับ d la Repubblica หลังการแสดงว่า อินเดียสำหรับพระองค์เป็นทั้ง “ความทรงจำและภูมิทัศน์ทางความคิดสร้างสรรค์” และประโยคที่น่าจะอธิบายวิธีคิดของคอลเล็กชั่นนี้ได้ตรงที่สุดคือ พระองค์ไม่ได้ทรงต้องการทำซ้ำเครื่องแต่งกายอินเดีย หากต้องการ “แปลจิตวิญญาณของสถานที่ให้เป็นภาษาของแฟชั่นร่วมสมัย” นั่นคือความแตกต่างสำคัญระหว่างการนำวัฒนธรรมมาเป็น “ธีม” กับการใช้วัฒนธรรมเป็นจุดตั้งต้นของกระบวนการออกแบบ

เพราะเมื่อมองลงไปจริง ๆ ‘Soul of an Empire’ ไม่ได้พยายามทำให้ผู้หญิง SIRIVANNAVARI กลายเป็นหญิงสาวจากราชสถาน เช่นเดียวกับที่ผู้ชายของแบรนด์ไม่ได้ถูกแต่งให้เป็นนักเดินทางยุคฮิปปี้อย่างตรงตัว อินเดียเข้ามาอยู่ในคอลเล็กชั่นผ่านวิธีที่เสื้อผ้าห่อหุ้มร่าง taken in Palazzo Moriggia by @kaimanit
0
3 days ago
Download
Moschino S/S 2027: Fashion, Against the Crowd
Simone Rizzo และ Loris Messina เปิดบทใหม่ของ Moschino ด้วยแฟชั่นที่เลือกสวนทางกับฝูงชน และกลับไปหาความจริงของผู้คน

แสงสีทองในช่วงปลายวันตกกระทบพื้นคอนกรีตบนดาดฟ้าอาคารจอดรถชานเมืองมิลาน สถานที่ซึ่งดูเหมือนอยู่ห่างไกลจากภาพจำของแฟชั่นโชว์อิตาเลียนที่มักถูกห่อหุ้มด้วยความหรูหรา งานสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ หรือฉากที่สร้างขึ้นเพื่อให้เสื้อผ้ากลายเป็นภาพฝัน แต่ Moschino ในฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2027 กลับเริ่มต้นด้วยภาพของผู้คนธรรมดา

ผู้คนราวสี่ร้อยคนเดินสวนกันไปมาราวกับถนนสักสายในมิลาน บางคนเข็นจักรยาน บางคนจูงสุนัข บางคนอุ้มลูก หอบต้นไม้ ถือถุงของชำ สะพายกระเป๋า หรือก้มหน้าดูโทรศัพท์ มีคนที่ดูราวกับเพิ่งออกจากคลับ คนที่กำลังไปทำงาน คนที่เพิ่งออกจากยิม ไปจนถึงบุคลิกหลากหลายที่เราอาจพบเห็นได้ในเมืองใหญ่จริง ๆ พวกเขาไม่ได้แต่งตัวโดยสไตลิสต์ แต่สวมเสื้อผ้าของตัวเอง และท่ามกลางกระแสของมนุษย์ที่เคลื่อนตัวไปในทิศทางหนึ่ง นางแบบนายแบบของ Moschino กลับเดินสวนขึ้นมาอีกทาง

เพียงภาพนั้นก็บอกอะไรเกี่ยวกับ Moschino เวอร์ชันใหม่ได้มากกว่าคำอธิบายคอลเลกชันหลายหน้า เพราะ Simone Rizzo และ Loris Messina สองครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่ของแบรนด์ ดูจะเข้าใจสิ่งสำคัญประการหนึ่งเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ตั้งแต่ก้าวแรกว่า Moschino ไม่เคยเกิดมาเพื่อเดินตามกระแส หากแต่มีตัวตนขึ้นมาจากการเดินสวนมัน นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมการแต่งตั้ง Rizzo และ Messina จึงฟังดูสมเหตุสมผลกว่าที่เห็นในตอนแรก #KaiFashionJournalJourney โดย @kaimanit รายงาน (อ่านต่อใต้รูปถัดไป...)

(2) ก่อนมาถึง Moschino ทั้งคู่สร้างชื่อผ่าน Sunnei แบรนด์ที่พวกเขาก่อตั้งในปี 2015 และค่อย ๆ กลายเป็นหนึ่งในเสียงที่แปลกและเฉียบที่สุดของมิลานแฟชั่นวีก ไม่ใช่เพียงเพราะเสื้อผ้า แต่เพราะพวกเขาเข้าใจว่ารันเวย์ในศตวรรษที่ 21 ไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงพื้นที่สำหรับนางแบบเดินจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ครั้งหนึ่งโมเดลของ Sunnei เคยกระโดดออกจากรันเวย์และปล่อยตัวให้ผู้ชม crowd-surf พวกเขาเคยตั้งคำถามกับระบบแฟชั่นผ่านโชว์ที่มีลักษณะคล้ายการประมูล และในคอลเลกชันสุดท้ายของ Sunnei เมื่อปี 2025 ทั้งคู่ถึงขั้นเปลี่ยนการจากลาแบรนด์ของตัวเองให้กลายเป็นคำวิจารณ์ต่อความสัมพันธ์ระหว่างครีเอทีฟไดเร็กเตอร์กับเจ้าของทุน

Rizzo และ Messina จึงไม่ใช่นักออกแบบที่มองแฟชั่นในฐานะเสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว พวกเขามองมันเป็นระบบ เป็นพฤติกรรม เป็นสังคม และเป็นพื้นที่ซึ่งเราสามารถพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับโลกที่เราอาศัยอยู่ได้ ในแง่นี้ พวกเขามีส taken in Milan Fashion Week by @kaimanit
0
4 days ago
Download
Marni Spring/Summer 2027: Nothing New, Everything Reconsidered
Meryll Rogge กับศิลปะของการไม่เริ่มใหม่ เมื่อ Marni เลือกเดินไปข้างหน้าด้วยสิ่งที่ควรเก็บไว้

Marni อาจเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่ความ “ผิดที่ผิดทาง” กลายเป็นภาษาความงามได้อย่างสมบูรณ์แบบ เสื้อผ้าที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกับตัวเอง สีที่ไม่น่าจะอยู่ด้วยกันได้แต่กลับยิ่งน่าสนใจเมื่อถูกจับมาชนกัน รูปทรงที่ไม่พยายามประจบรูปร่างมนุษย์ และความรู้สึกบางอย่างที่อยู่กึ่งกลางระหว่างปัญญาชน ศิลปิน และคนที่เพียงแค่สนุกกับการแต่งตัวโดยไม่สนว่าคนอื่นจะเข้าใจหรือไม่

Marni ไม่เคยต้องการความสมบูรณ์แบบในความหมายแบบคลาสสิก และบางทีนั่นคือเหตุผลว่าทำไมการเข้ามารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ Meryll Rogge จึงไม่ควรเริ่มด้วยคำถามว่าเธอจะ “เปลี่ยน” Marni ไปในทิศทางใด #KaiFashiomJournalJourney โดย @kaimanit รายงาน (อ่านต่อใต้รูปถัดไป...)

(2) สำหรับคอลเลกชัน Spring/Summer 2027 ซึ่งเป็นผลงานลำดับที่สองของเธอ คำถามกลับเป็นสิ่งที่ละเอียดกว่า และอาจยากกว่าอย่างมาก อะไรคือสิ่งที่ควรถูกเก็บไว้ “เราต้องการให้เกิดความรู้สึกของความต่อเนื่อง” Rogge อธิบายถึงวิธีคิดของเธอ พร้อมพูดถึงการพยายามค่อย ๆ สร้างภาษาของตัวเองขึ้นภายในบ้านแฟชั่นแห่งนี้ ทั้งในแง่ของสิ่งที่ควรเพิ่มเติม และสิ่งที่ควรถูกตัดออก
!
แนวคิดนี้ฟังดูเรียบง่าย ทว่าในโลกแฟชั่นที่ดีไซเนอร์คนใหม่มักถูกคาดหวังให้สร้างภาพจำใหม่ทันที การเลือกไม่รื้อทุกอย่างทิ้งกลับเป็นท่าทีที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะสิ่งที่ Rogge กำลังทำกับ Marni ไม่ใช่การเขียนทับประวัติศาสตร์ แต่คือการเข้าไปในคลังของมันเหมือนคนที่เปิดกล่องเก่า พบสิ่งของมากมายที่ยังคงมีพลัง แล้วค่อย ๆ ถามว่าสิ่งใดสามารถกลับมามีชีวิตอีกครั้งภายใต้บริบทปัจจุบัน ไม่ใช่ด้วยความเคารพแบบพิพิธภัณฑ์ แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

Spring/Summer 2027 จึงเหมือนกระบวนการ editing มากกว่าการ reinvention ภาพจำเก่า ๆ ถูกดึงออกมา ขยายให้ใหญ่ ลดให้เล็ก พลิกด้านในออกด้านนอก หรือย้ายจากจุดที่เราเคยคุ้นเคยไปสู่ตำแหน่งที่ดูผิดธรรมชาติเล็กน้อย ความผิดที่ผิดทางนั้นเองกลับทำให้สิ่งต่าง ๆ มีชีวิตขึ้นมาใหม่ และนี่อาจเป็นจุดที่ Rogge เข้าใจ Marni ได้อย่างแม่นยำที่สุด

(3) ความน่าสนใจของ Marni ไม่เคยอยู่ที่ความเซ็กซี่อย่างเปิดเผย มันไม่ใช่แบรนด์เมดิเตอร์เรเนียนในจินตนาการแบบอิตาเลียนที่เต็มไปด้วยความเย้ายวน ร่างกาย หรือ glamour อันร้อนแรง หากเป็นโลกอีกแบบหนึ่ง ประหลาดนิด ๆ แห้งนิด ๆ ดู bourgeois แต่ไม่เชื่อง ดู intellectual แต่ไม่จำเป็นต้องอธิบายตัวเองด้วยทฤษฎี ยุคของ taken in Milan Fashion Week by @kaimanit
45
4 days ago
Download
×

Download all media on this page

Photos Videos
back to up